ทดสอบเจาะระบบ ประเมินช่องโหว่ และตรวจสอบภายใน
ตรวจหาช่องโหว่ทั้งระบบ แล้วลงมือเจาะจริงเพื่อยืนยันว่าอะไรถูกใช้โจมตีได้ พร้อมตรวจสอบการควบคุมภายใน ให้องค์กรปิดจุดอ่อนได้ตรงจุดก่อนถูกคุกคาม
ดูแลโดยผู้ถือ CISSP (ISC2) ใบรับรองสากลด้านความปลอดภัยเชิงเทคนิค
เหมาะกับองค์กรที่
กำลังจะขึ้นระบบใหม่
Web Application, Mobile App หรือ API ที่จะเปิดให้ลูกค้าใช้ ควรถูกทดสอบก่อนวัน go-live ไม่ใช่หลังจากมีเหตุ
ต้องผ่านการตรวจสอบ
ผู้กำกับดูแล คู่ค้า หรือลูกค้าองค์กรขอผลการทดสอบเจาะระบบประกอบ ISO 27001, PDPA หรือสัญญาบริการ
ทดสอบตามรอบ
ระบบเปลี่ยนตลอดเวลา การทดสอบปีละครั้งหรือหลังการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ช่วยให้รู้ความเสี่ยงปัจจุบัน ไม่ใช่ของปีที่แล้ว
บริการในกลุ่มตรวจประเมินระบบ
เรียงตามลำดับที่มักทำจริง เริ่มจากประเมินช่องโหว่ แล้วจึงเจาะระบบ และตรวจสอบภายในเพื่อปิดวงจร
- ลำดับที่ 1
ประเมินช่องโหว่ Vulnerability Assessment
ตรวจสอบช่องโหว่ทั้งหมดบนระบบ เช่น การตั้งค่าระบบ และเวอร์ชันของซอฟต์แวร์ที่ไม่เหมาะสม เพื่อประเมินความเสี่ยงของระบบงานได้อย่างเหมาะสม
ผลที่ได้: รายการช่องโหว่จัดลำดับตาม CVSS
- ลำดับที่ 2
ทดสอบเจาะระบบ Penetration Testing
นำช่องโหว่ที่พบจากการประเมินมาทดสอบเจาะระบบจริง ด้วยวิธีการและเครื่องมือระดับอุตสาหกรรม เพื่อยืนยันว่าช่องโหว่ถูกใช้โจมตีได้จริงและรุนแรงแค่ไหน
ผลที่ได้: หลักฐานการโจมตี พร้อมแนวทางแก้ไข
- ลำดับที่ 3
ตรวจสอบภายใน Internal Audit
ตรวจสอบระบบ IT กระบวนการ และการควบคุมขององค์กรอย่างละเอียด เทียบกับข้อกำหนดกฎหมาย มาตรฐานอุตสาหกรรม และแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อระบุจุดที่ต้องปรับปรุงและลดความเสี่ยง
ผลที่ได้: รายงานช่องว่างและแผนปรับปรุง
รูปแบบการทดสอบเจาะระบบ 6 รูปแบบ
เลือกทดสอบเฉพาะส่วนที่มีความเสี่ยง หรือรวมหลายรูปแบบในโครงการเดียว
- Networkเครือข่ายภายในและภายนอก
- Web Applicationตามรายการ OWASP Top 10
- Wirelessเครือข่ายไร้สายขององค์กร
- Mobileแอป iOS และ Android
- Source Code Reviewตรวจสอบระดับโค้ด
- APIREST และ GraphQL
ขั้นตอนการทดสอบ
ทุกขั้นตกลงขอบเขตและช่วงเวลากับทีม IT ของคุณก่อนเริ่ม เพื่อไม่กระทบระบบที่ให้บริการอยู่
-
ขั้นตอนที่ 1: สแกนช่องโหว่ด้วยเครื่องมือขั้นสูง
ใช้เครื่องมือสแกนอัตโนมัติและเทคนิคการทดสอบด้วยมือเพื่อค้นหาช่องโหว่ในทุกระดับ
-
ขั้นตอนที่ 2: ทดลองโจมตีผ่านช่องโหว่ที่พบ
ดำเนินการเจาะระบบจริงผ่านช่องโหว่เพื่อยืนยันความรุนแรงและความเป็นไปได้
-
ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบการตั้งค่าระบบและเครือข่าย
ประเมินความถูกต้องของการกำหนดค่าเซิร์ฟเวอร์ ไฟร์วอลล์ และอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย
-
ขั้นตอนที่ 4: ทดสอบแอปพลิเคชันและฐานข้อมูล
ตรวจสอบช่องโหว่ใน Web Application, Mobile App และระบบจัดการฐานข้อมูล
-
ขั้นตอนที่ 5: จัดทำรายงานพร้อมแนวทางแก้ไข
สรุปผลและจัดทำแผนการแก้ไขที่มีลำดับความสำคัญชัดเจน พร้อมแนวทางการแก้ไข
สิ่งที่คุณจะได้รับ
- Executive Summary สำหรับผู้บริหาร: ภาพรวมความเสี่ยง ระดับความรุนแรง และสิ่งที่ต้องตัดสินใจ
- Technical Report สำหรับทีม IT: ช่องโหว่แต่ละรายการ หลักฐาน วิธีทำซ้ำ และวิธีแก้
- แผนแก้ไขจัดลำดับความสำคัญตามระดับ CVSS v3.1 และผลกระทบต่อธุรกิจ
- การทดสอบซ้ำหลังแก้ไข ตามรอบที่ระบุในใบเสนอราคา
สิ่งที่ไม่รวมในบริการ
ขอบเขตที่ชัดเจนคือความโปร่งใส รายการนี้ยืนยันกับบริษัทก่อนเผยแพร่
- การแก้ไขช่องโหว่แทนทีมพัฒนาหรือผู้ดูแลระบบ
- การทดสอบแบบ Denial of Service ที่อาจทำให้ระบบล่ม
- การทดสอบ Social Engineering นอกเหนือจากโปรแกรมจำลอง Phishing
- ระบบที่ไม่อยู่ในขอบเขตที่ตกลงกันในเอกสาร Scope
มาตรฐานและแนวทางที่ใช้
ข้อมูลของคุณ ผลการทำงานและข้อมูลที่เข้าถึงระหว่างโครงการถูกเก็บภายใต้ข้อตกลงรักษาความลับ (NDA) ที่ลงนามก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่ลูกค้าถามเราก่อนเริ่มงานบ่อยที่สุด ถ้าไม่พบคำตอบ ส่งคำถามมาได้ที่ฟอร์มด้านล่าง
ขอใบเสนอราคาการทดสอบเจาะระบบ
บอกเราว่ามีระบบอะไรบ้าง กี่ระบบ และต้องการผลเมื่อไร เราจะเสนอขอบเขตและราคาที่เหมาะสมกลับไป ลงนาม NDA และหนังสืออนุญาตทดสอบก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
โทร 081-614-4486 หรืออีเมล infosec@unisecurity.co.th
ขอใบเสนอราคาการทดสอบเจาะระบบ
เล่าให้เราฟังสั้น ๆ ทางอีเมลหรือโทรศัพท์ เราจะประเมินขอบเขตและงบประมาณเบื้องต้นให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
- อีเมลinfosec@unisecurity.co.th
- โทร081-614-4486
- FacebookUni Security
ปุ่มอีเมลจะเปิดโปรแกรมอีเมลพร้อมหัวข้อและรายการที่ควรบอกเรา ไม่ต้องส่งข้อมูลลับหรือรหัสผ่านทางอีเมล
ลงนาม NDA และหนังสืออนุญาตก่อนเริ่มงานทุกครั้ง